2.2. แนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการการคัดเลือกโดยธรรมชาติโดย Charles Darwin  

      ชาลส์ ดาร์วิน นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ ได้เสนอทฤษฏีเกี่ยวกับวิวัฒนาการการคัดเลือกโดยธรรมชาติซึ่งยังคงเป็นที่ยอมรับจนถึงปัจจุบัน  ในปี พ.ศ. 2374 ดาร์วินได้เดินทานไปกับเรือบีเกิล(H.M.S.Beagle)  เพื่อเดินทางสำรวจ และทำแผนที่ ขณะเดินทางดาร์วินได้บันทึก และรวบรวมซากดึกดำบรรพ์รวมทั้งตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตที่พบ นอกจากนี้ดาร์วินยังได้ศึกษาแนวคิดของ ชาลส์ ไลเอลล์

       ในหนังสือ The Principles of Geology ที่กล่าวว่าโลกเกิดมาจานมีอายุหลายพันล้านปี และมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ต่อมาเรือบีเกิลได้เดินทางมาถึงหมู่เกาะกาลาปากอสในมหาสมุทรแปซิฟิก ดาร์วินได้สังเกตว่านกฟินช์ที่พบแพร่กระจายอยู่ตามเกาะต่างๆ ในหมู่เกาะกาลาปากอส ดำรงชีวิตโดยการกินอาหารที่แตกต่างกันตามสภาพแวดล้อมของเกาะนั้นๆ โดยนกฟินช์ที่พบมีลักษณะจะงอยปากหนา บาง สั้น และยาวแตกต่างกัน  

       เมื่อดาร์วินเดินทางกลับมาถึงประเทศอังกฤษ เขาได้เริ่มศึกษาสิ่งมีชีวิตที่ได้รวบรวมไว้ และเริ่มเข้าใจวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต นั่นคือ สิ่งมีชีวิตที่พบแพร่กระจายอยู่บนโลกนี้เกิดจากการสะสมลักษณะที่แตกต่างไปจากบรรพบุรุษซึ่งเป็นลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมขณะนั้น และถูกคัดเลือกให้สามารถให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมนั้น ลักษณะดังกล่าวเรียกว่าเป็นการปรับตัว(adaptation) ของสิ่งมีชีวิตให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเพื่อเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่ขึ้น แนวคิดดังกล่าวเรียกว่า ทฤษฏีการคัดเลือกโดยธรรมชาติ(Theory of Natural Selection) ต่อมา อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ  

       นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ ได้เสนอผลงานที่มีเนื้อหาตรงกันกับแนวคิดของดาร์วิน ในปี พ.ศ.2401 ไลเอลล์ ได้นำผลงานของดาร์วินและวอลเลซเผยแพร่เป็นครั้งแรกในที่ประชุม

       ปีต่อมาดาร์วินได้จัดพิมพ์ผลงานของตนในหนังสือ Origin of Species by Means of Natural Selection โดยมีสาระสำคัญว่า สิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการเกิดขึ้นโดยกลไกที่ก่อให้เกิดวิวัฒนาการคือ การคัดเลือกโดยธรรมชาติ เอินส์ เมียร์  

       ได้วิเคราะห์ทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติของดาร์วินที่ปรากฏอยู่ในหนังสือ Origin of Species by Means of Natural Selection ได้ข้อสรุปดังนี้

  • 1. สิ่งมีชีวิตมีการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อการอยู่รอดและให้ได้สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
  • 2. การอยู่รอดของสมาชิกในสิ่งแวดล้อมเป็นผลมาจากลักษณะทางพันธุกรรม
  • 3. ศักยภาพในการอยู่รอดและให้กำเนิดลูกหลาน ทำให้ประชากรมีการเปลี่ยนแปลงทีละนิด และมีลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมมากขึ้นในแต่ละรุ่น

ดังนั้นอาจสรุปแนวคิดของดาร์วินได้ดังนี้

  1. การคัดเลือกโดยธรรมชาติทำให้สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวมีความสามารถในการอยู่รอด และมีความสามารถในการให้กำเนิดลูกหลานแตกต่างกัน
  2. การคัดเลือกโดยธรรมชาติเกิดขึ้นจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมที่ประชากรอาศัยอยู่กับลักษณะความแปรผันทางพันธุกรรมของสมาชิกในประชากร
  3. ผลจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติทำให้ประชากรมีการปรับตัวให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมนั้น

ตัวอย่าง ที่เกิดจากการคัดเลือกของมนุษย์ ในการปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์เช่น

การปรับปรุงและคัดเลือกพันธุ์ของกะหล่ำป่า

 


ที่มา : http://www.gly.uga.edu/railsback/1122/Brassica2.jpeg

 
ที่มา : http://evolution.berkeley.edu/evosite/evo101/images/mustardselection.jpg

การคัดหรือเลือกพันธุ์สุนัข 


ที่มา :  http://www.gly.uga.edu/railsback/1122/1122Dogs.jpeg

      ต่อมาเมื่อมีความรู้ทาง พันธุศาสตร์ประชากร(Population genetics) ทำให้เชื่อมโยงแนวคิดของดาร์วินและแนวคิดของเมนเดลไว้ด้วยกัน จนสามารถอธิบายกลไกการเกิดวิวัฒนาการได้ ในปัจจุบันได้นำความรู้ในหลายๆ แขนงวิชามาประยุกต์รวมกันเพื่อใช้ในการอธิบายวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต เรียกแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการยุคใหม่นี้ว่า ทฤษฏีวิวัฒนาการสังเคราะห์ (synthetic theory of evolution) โดยเน้นความสำคัญของประชากร โดยสิ่งมีชีวิตแต่ละตัวในประชากรเดียวกันมีความแปรผันแตกต่างกัน ลักษณะทางพันธุกรรมใดที่เหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมนั้นก็จะประสบความสำเร็จในการสืบพันธุ์ และถ่ายทอดลักษณะดังกล่าวไปยังรุ่นต่อไปได้ ดังนั้นการคัดเลือกโดยธรรมชาติเป็นกลไกหลักที่สำคัญที่สุดที่ก่อให้เกิดวิวัฒนาการขึ้น

 

Comment

Comment:

Tweet

#2 By ขอบคุร (125.26.155.233) on 2009-05-24 18:47

#1 By (125.24.183.65) on 2009-01-20 21:12